บทที่ 9 คิมเบอร์ลี่ รอฉันก่อน

เสียงในโทรศัพท์ไม่ใช่เสียงของวิกกี้ แต่เป็นเสียงผู้หญิงที่ไม่คุ้นเคยและฟังดูร้อนรน

“คุณเร็กซ์ แย่แล้วค่ะ ตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตมีคนปล่อยข่าวว่าพี่วิกกี้เป็นผู้หญิงร้ายกาจที่วางยาคุณ ชาวเน็ตที่โกรธแค้นยังบุกไปที่หน้าบ้านและปาไข่ใส่พี่วิกกี้ด้วยค่ะ”

“ตอนนี้พี่วิกกี้พยายามฆ่าตัวตาย ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล...”

ใบหน้าของเร็กซ์มืดครึ้มลงทันที ทั้งร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยความหม่นหมอง

เมื่อคืนวิกกี้ยอมรับว่าเป็นคนวางยา โดยเธอยอมรับเรื่องนี้ในห้องโถงของตระกูลกุลจันทร์ คนในตระกูลกุลจันทร์ทั้งหมด ใครกันจะเอาเรื่องซุบซิบนินทานี้ไปพูดต่อ

นอกจาก... คิมเบอร์ลี่!

เร็กซ์บีบโทรศัพท์ในมือแน่น กัดฟันกรามพลางพูดว่า “เธอช่วยดูแลเขาไปก่อน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

พูดจบ เร็กซ์ก็ก้าวเข้าไปใกล้คิมเบอร์ลี่อีกก้าวหนึ่ง

เมื่อครู่ตอนที่เร็กซ์รับโทรศัพท์ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรน และคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ได้ นอกจากวิกกี้แล้วก็คงไม่มีใครอีก

ความอ่อนโยนและความเป็นห่วงของเร็กซ์ล้วนมอบให้วิกกี้

แต่สิ่งที่เขามอบให้เธอกลับเป็นเพียงความดุร้ายและความแข็งกร้าวไม่รู้จบ

แถมยังวางตัวเหนือกว่าเธออีกด้วย

เร็กซ์บีบคางของเธออย่างแรง ราวกับจะบีบให้กรามของเธอแหลกละเอียด “คิมเบอร์ลี่ ทำไมเธอถึงได้น่ารังเกียจและไร้ยางอายขนาดนี้”

“เธอทำแบบนี้ คิดจะบีบให้เขาตายหรือไง”

บีบจนใครตาย?

วิกกี้เหรอ?

นอกจากแกล้งทำตัวน่าสงสาร เสแสร้งว่าอ่อนแอ พอมีอะไรหน่อยก็ขู่จะฆ่าตัวตาย วิกกี้ยังจะทำอะไรได้อีก?

“คุณมีหลักฐานว่าฉันทำร้ายเขาไหมล่ะ”

เรื่องที่ไม่มีหลักฐาน เธอจะไม่มียอมรับเด็ดขาด

อีกอย่าง เธอก็อยู่ของเธอดี ๆ แต่กลับถูกโยนความผิดมาให้

“ถ้าไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นใครได้อีก” แววตาของเร็กซ์เย็นเยียบ

ไม่ว่าจะเป็นชาติที่แล้วหรือชาตินี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เร็กซ์ก็ไม่เคยเชื่อเธอเลย และเธอก็จะไม่ทำเหมือนชาติที่แล้ว ที่เอาแต่ร้องขออย่างน่าสงสารให้เร็กซ์เชื่อเธออีกต่อไป

คิมเบอร์ลี่ใช้มืออีกข้างที่ยังขยับได้บีบข้อมือของเร็กซ์อย่างแรง

เร็กซ์ทำให้มือเธอหัก

ตอนนี้ยังจะมาบีบกรามเธอให้แหลกอีก คิดว่าเธอเป็นลูกไก่ในกำมือหรือไง

แม้ว่าคิมเบอร์ลี่จะรู้สึกถึงความอุ่นร้อนที่ซึมออกมาจากง่ามนิ้ว เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือ เธอกัดฟันแน่น “คุณไม่มีหลักฐาน นั่นก็เท่ากับว่าคุณกำลังใส่ร้ายฉัน เร็กซ์ ถ้าคุณแน่จริง ก็เอาหลักฐานมาพูด ไม่อย่างนั้น ฉันฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาทและกล่าวหาเท็จได้นะ!”

เร็กซ์หัวเราะเยาะ “เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าฉันจะหาหลักฐานไม่เจอ”

“คิมเบอร์ลี่ เธอคอยดูเถอะ”

“ถ้าเขาเป็นอะไรไป ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

เร็กซ์สะบัดเธอออกอย่างแรง

ด้วยแรงที่แตกต่างกันระหว่างชายหญิง เธอเกือบจะถูกเร็กซ์สะบัดจนล้มลงกับพื้น

คิมเบอร์ลี่พูดสวนกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าฉันเป็นอะไรไป ฉันก็ไม่ปล่อยคุณไว้เหมือนกัน!”

แล้วเร็กซ์ก็จากไปโดยไม่หันกลับมา

ภายในห้องอันกว้างใหญ่ที่เงียบสงัด สถานที่ที่คุ้นเคยแห่งนี้ คิมเบอร์ลี่ก็นึกถึงนีน่า ลูกสาวของเธอ

ในวันที่เร็กซ์ไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกเธอ นีน่าช่างเป็นเด็กที่รู้ความและเชื่อฟัง ชอบเล่นซ่อนหากับเธอไปทั่วทุกมุมของคฤหาสน์

และมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

“คุณแม่คะ นีน่าอยากเปลี่ยนห้องให้เป็นโลกแห่งเทพนิยาย ให้นีน่าวาดรูปได้ไหมคะ”

“คุณแม่คะ โตขึ้นนีน่าจะหาเงินมาซื้อของอร่อย ๆ กับชุดสวย ๆ ให้คุณแม่เยอะ ๆ เลยนะคะ นีน่าจะพาคุณแม่ไปเที่ยวรอบโลกด้วยค่ะ”

“คุณแม่...”

“จ๋า”

คิมเบอร์ลี่ขานรับโดยไม่รู้ตัว

แต่รอบกายจะมีเงาของนีน่าได้อย่างไรกัน น้ำตาพลันเอ่อล้นจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ในที่สุดเธอก็ไม่อาจสะกดกลั้นความเศร้าโศกที่ทะลักทลายออกมาจากหัวใจได้

ทั้งร่างของเธอเหมือนจะแตกสลาย...

ชาตินี้ เธอไม่มีโอกาสได้โอบกอดลูกสาวที่แสนรู้และน่ารักคนนั้นได้อีกแล้ว

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

เธอรีบเช็ดน้ำตา “เข้ามา”

วินาทีต่อมา ก็เห็นคนรับใช้พาผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาเป็นชายร่างสูงหน้าตาหล่อเหลา ในมือถือกล่องยาอยู่

คิมเบอร์ลี่รู้จักเขา เอ็ดวิน เพื่อนที่เป็นหมอของเร็กซ์ ในชาติที่แล้ว เอ็ดวินได้กลายเป็นหัวหน้าแพทย์ด้านอายุรกรรมและศัลยกรรมที่เก่งกาจที่สุด

แต่

เอ็ดวินกลับไม่เชื่อว่านีน่าป่วย และไม่ได้รักษาเธอ

“คุณมาทำอะไร” คิมเบอร์ลี่แสดงความเป็นปรปักษ์ต่อเขาอย่างชัดเจน

เอ็ดวินเองก็ไม่คิดว่าคนที่เขาเห็นจะเป็นคิมเบอร์ลี่ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมคิมเบอร์ลี่ถึงได้มีท่าทีเป็นศัตรูกับเขาขนาดนี้

เอ็ดวินหัวเราะกลบเกลื่อน “ก็คุณเป็นคนโพสต์ในอินเทอร์เน็ตเองนี่ คุณว่าผมจะมาทำไมล่ะ”

คิมเบอร์ลี่เม้มปาก เธอไม่คิดว่าข้อความที่เธอโพสต์ในอินเทอร์เน็ตจะดึงเอ็ดวินมาได้ แต่เรื่องนี้กลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกเกลียดชังมากขึ้น

เอ็ดวินสามารถมารักษาคนตามคำขอในอินเทอร์เน็ตได้ แต่กลับไม่ยอมช่วยเธอ แถมยังคิดว่าตอนที่เธออุ้มนีน่าไปโรงพยาบาลกลางฤดูหนาวอันโหดร้ายนั้นเป็นเรื่องโกหก

“คุณกลับไปเถอะ” คิมเบอร์ลี่เอ่ยเสียงเย็นชา เงินมัดจำที่เธอจ่ายไปในอินเทอร์เน็ต ถือว่าให้ทานไปแล้วก็แล้วกัน

เอ็ดวินถึงกับพูดไม่ออก

“คนที่สั่งก็คือคุณ คนที่ไล่ผมกลับก็คุณ คิมเบอร์ลี่ คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ”

นี่มันแกล้งกันชัด ๆ ไม่ใช่หรือไง

เอ็ดวินมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นเร็กซ์ เขาจึงเอ่ยถามขึ้น “ทำไมไม่เห็นเร็กซ์เลยล่ะ เขาไปไหน”

คิมเบอร์ลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “คุณก็มีเบอร์เขาไม่ใช่เหรอ ถ้าจะหาก็โทรไปสิ เร็กซ์กับฉันไม่ได้ตัวติดกัน จะมาถามฉันทำไม”

เอ็ดวิน: “...”

เขาก็เริ่มโมโหขึ้นมาเหมือนกัน “คิมเบอร์ลี่ ผมไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอ ทำไมคุณถึงได้ตั้งแง่กับผมขนาดนี้”

เขาวางกระเป๋าลงตรงหน้าคิมเบอร์ลี่อย่างแรง

ตอนที่คิมเบอร์ลี่คิดจะปากระเป๋าคืนให้เขา เธอไม่คิดว่าเอ็ดวินจะกดกระเป๋าเอาไว้เสียก่อน เอ็ดวินจับข้อมือของคิมเบอร์ลี่ไว้ ทำให้เธอสะบัดข้อมือตามสัญชาตญาณ

และในจังหวะนั้นเอง เอ็ดวินก็สังเกตเห็นว่ามือข้างไหนของเธอที่บาดเจ็บ

ใบหน้าของเขามืดครึ้มลง “มาช่วยฉันจับเธอไว้”

เอ็ดวินเป็นเพื่อนสนิทของเร็กซ์ เมื่อเขาออกคำสั่ง คนรับใช้จึงไม่กล้าขัดขืน

ถึงแม้คิมเบอร์ลี่จะพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่มีทางสลัดคนทั้งสองหลุดไปได้

เอ็ดวินเป็นมืออาชีพ เขาจัดกระดูกให้คิมเบอร์ลี่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เข้าเฝือกให้เธอ

เพื่อให้งานนี้เสร็จสมบูรณ์ เอ็ดวินยังถ่ายรูปมือของคิมเบอร์ลี่ไว้ด้วย เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา “ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเธอจะเล่นตัวอะไรนักหนา คนกันเองทั้งนั้น ออเดอร์ก็เป็นคนสั่งเอง ทำอย่างกับว่าฉันไปทำอะไรให้เธออย่างนั้นแหละ!”

เรื่องที่เอ็ดวินยืนดูอยู่เฉย ๆ เป็นเรื่องของชาติที่แล้ว แต่เขาก็ยังคงเป็นเขา จุดนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

คิมเบอร์ลี่พูดเรียบ ๆ ว่า “การที่ไม่ชอบใครสักคน จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ”

“เธอ!”

เอ็ดวินรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะถูกเธอทำให้โมโหจนตาย ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยติดต่อกับคิมเบอร์ลี่เลย แต่ความเป็นศัตรูที่เธอมีต่อเขานั้นลึกซึ้งเกินไป

เขาครุ่นคิดในใจ เขาไม่ได้ไปสร้างศัตรูกับคิมเบอร์ลี่สักหน่อย

หรือว่า... เอ็ดวินขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว “อีฟเป็นเพื่อนเธอเหรอ”

“ไม่รู้จัก”

“แล้วเธอเป็นเหี้ยอะไร...”

เอ็ดวินโกรธจัด

แต่คิมเบอร์ลี่กลับส่งสายตาให้คนรับใช้ “ฉันจะนอนแล้ว รบกวนช่วยพาเขาออกไปที ส่วนค่ารักษาฉันจะจ่ายผ่านทางออนไลน์เอง”

และในใจเธอก็ตั้งใจว่าจะให้รีวิวแย่ ๆ กับเอ็ดวิน!!

ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งวิกกี้ ไม่ใช่ว่าแกล้งฆ่าตัวตายหรอกเหรอ ไม่ใช่ว่าเอาแต่ยกย่องตัวเองเป็นสาวมากความสามารถหรือไง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป